ทิปคอม แก้ปัญหาคอม ซ่อมคอม จำหน่ายหมึกพิมพ์เลเซอร์ BROTHER  CANON  EPSON  HP  KYOCYRA  LEXMARK  OKI  PANASONIC  RICOH  SAMSUNG  XEROX ราคาถูก
หน้าแรก ทิปคอมพิวเตอร์ บทเรียนออนไลน์ ดาวน์โหลดฟรีแวร์ จาวาสคริปต์ ข่าวไอที บทความไอที เว็บไดเร็คทอรี่ เว็บบอร์ด หมึกเติมราคาถูก


เมนูหลัก
การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร ์
การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์
เทคนิคการปรับแต่ง Win 98 และ Me
ครบเครื่องเรื่องโอเวอร์คล๊อค
การใช้โปรแกรมต่าง ๆ
ความรู้เรื่อง ADSL และการ Config
ทดสอบความรู้คอมพิวเตอร์ออนไลน์
ศัพท์คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
รวมของฟรีในอินเตอร์เน็ต
โปรโมทเว็บไซค์ให้ดังฟรี ๆ
แนะนำร้านซ่อมคอมพิวเตอร์
แนะนำสถานที่เรียนคอมราคาถูก
หาเพื่อนใหม่, หากิ๊ก MSN
ตลาดซื้อ-ขายสินค้าบีคอม
สมัครงาน,ลงประกาศรับสมัครงาน
ลงประกาศโฆษณาประชาสัมพันธ์ฟรี
ไอทีเพื่อชีวิต
รู้ลึกรู้จริง Google AdSense
ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต
ขายส่งหมึกเติม ราคาถูกสุด ร้านค้าสำเร็จรูป ขายสินค้าออนไลน์
 
Ink Thailand
หมึกพิมพ์เลเซอร์
หมึกพิมพ์เลเซอร์.com
ตลับหมึกเลเซอร์
HG9 Hair Growth Shampoo
HG9 Hair Growth Serum
 
ตั้งบีคอมไว้หน้าแรก ตั้งบีคอมไว้เป็นหน้าแรก
แนะนำติชมบีคอม



  ROM
ค้นหาเว็บไซค์
จำหน่ายหมึกพิมพ์ราคาถูก จัดส่งทั่วประเทศ
ROM

ROM (Read-OnlyMemory)

คือหน่วยความจำชนิดหนึ่ง ที่มีโปรแกรม หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนำมาต่อกับ ไมโครโปรเซสเซอร์ได้โดยตรง ซึ่งโปรแกรม หรือข้อมูลนั้นจะไม่สูญหายไป

แม้ว่าจะไม่มีการจ่ายไฟเลี้ยงให้แก่ระบบ ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน ROM จะสามารถอ่านออกมาได้ แต่ไม่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไปได้ เว้นแต่จะใช้วิธีการพิเศษซึ่งขึ้นกับชนิดของ ROM

ชนิดของROM

Manual ROM
ROM (READ-ONLY MEMORY)
 • ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ใน ROM จะถูกโปรแกรม โดยผู้ผลิต (โปรแกรม มาจากโรงงาน) เราจะใช้ ROM ชนิดนี้ เมื่อข้อมูลนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความต้องการใช้งาน เป็นจำนวนมาก ผู้ใช้ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงข้อมูลภายใน ROM ได้
 • โดย ROM จะมีการใช้ technology ที่แตกต่างกันตัวอย่างเช่น BIPOLAR, CMOS, NMOS, PMOS

PROM (Programmable ROM)
PROM (PROGRAMMABLE READ-ONLY MEMORY)
 • ข้อมูลที่ต้องการโปรแกรมจะถูกโปรแกรมโดยผู้ใช้เอง โดยป้อนพัลส์แรงดันสูง (HIGH VOLTAGE PULSED) ทำให้ METAL STRIPS หรือ POLYCRYSTALINE SILICON ที่อยู่ในตัว IC ขาดออกจากกัน ทำให้เกิดเป็นลอจิก “1” หรือ “0” ตามตำแหน่ง ที่กำหนดในหน่วยความจำนั้นๆ เมื่อ PROM ถูกโปรแกรมแล้ว ข้อมูลภายใน จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก หน่วยความจำชนิดนี้ จะใช้ในงานที่ใช้ความเร็วสูง ซึ่งความเร็วสูงกว่า หน่วยความจำ ที่โปรแกรมได้ชนิดอื่นๆ

EPROM (Erasable Programmable ROM)
EPROM (ERASABLE PROGRAMMABLE READ-ONLY MEMORY)
 • ข้อมูลจะถูกโปรแกรม โดยผู้ใช้โดยการให้สัญญาณ ที่มีแรงดันสูง (HIGH VOLTAGE SIGNAL) ผ่านเข้าไปในตัว EPROM ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ใน PROM แต่ข้อมูลที่อยู่ใน EPROM เปลี่ยนแปลงได้ โดยการลบข้อมูลเดิมที่อยู่ใน EPROM ออกก่อน แล้วค่อยโปรแกรมเข้าไปใหม่ การลบข้อมูลนี้ทำได้ด้วย การฉายแสง อุลตร้าไวโอเลตเข้าไปในตัว IC โดยผ่าน ทางกระจกใส ที่อยู่บนตัว IC เมื่อฉายแสง ครู่หนึ่ง (ประมาณ 5-10 นาที) ข้อมูลที่อยู่ภายใน ก็จะถูกลบทิ้ง ซึ่งช่วงเวลา ที่ฉายแสงนี้ สามารถดูได้จากข้อมูล ที่กำหนด (DATA SHEET) มากับตัว EPROM และ มีความเหมาะสม ที่จะใช้ เมื่องานของระบบ มีโอกาส ที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อมูลใหม่

EAROM (Electrically Alterable ROM)
EAROM (ELECTRICALLY ALTERABLE READ-ONLY MEMORY)
 • EAROM หรืออีกชื่อหนึ่งว่า EEPROM (ELECTRICAL ERASABLE EPROM) เนื่องจากมีการใช้ไฟฟ้าในการลบข้อมูลใน ROM เพื่อเขียนใหม่ ซึ่งใช้เวลาสั้นกว่าของ EPROM
 • การลบขึ้นอยู่กับพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ดังนั้น EAROM (ELECTRICAL ALTERABLE ROM) จะอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีแบบ NMOS ข้อมูลจะถูกโปรแกรมโดยผู้ใช้เหมือนใน EPROM แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ข้อมูลของ EAROM สามารถลบได้โดยทางไฟฟ้าไม่ใช่โดยการฉายแสงแบบ EPROM

โดยทั่วไปจะใช้ EPROM เพราะเราสามารถหามาใช้ และทดลองได้ง่าย มีราคาถูก วงจรต่อง่าย ไม่ยุ่งยาก และสามารถเปลี่ยนแปลงโปรแกรมได้ นอกจากระบบ ที่ทำเป็นการค้าจำนวนมาก จึงจะใช้ ROM ประเภทโปรแกรมสำเร็จ

จากรูปแสดงให้เห็นส่วนประกอบพื้นฐานของ ROM ซึ่งจะมีสัญญาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ROM และทุกชิปที่อยู่ใน ROM มักมีการจัดแบ่งแยกหน้าที่เสมอ เช่น ขาแอดเดรสของ ROM เป็นอินพุต ส่วนขาข้อมูลจะเป็นเอาต์พุต โดยหลักการแล้ว ขาข้อมูลจะต่อเข้ากับบัสข้อมูลซึ่งเป็นบัส 2 ทาง ดังนั้นเอาต์พุตของ ROM ในส่วนขาข้อมูลนี้มักจะเป็นลอจิก 3 สถานะ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็จะอยู่ในสถานะ ที่มีอิมพีแดนซ์สูง (High Impedence)

ลักษณะโครงสร้างภายในของข้อมูลในหน่วยความจำ สามารถดูได้จาก Data Sheet ของ ROM นั้นๆ เช่น ROM ที่ระบุเป็น 1024 8 ,2048 8 หรือ 4096 8 ตัวเลขชุดแรก (1024 ,2048 หรือ 4096) จะบอกจำนวนตำแหน่ง ที่ใช้เก็บข้อมูลภายใน ส่วนตัวเลขชุดที่สอง (8) เป็นตัวบอกจำนวนบิตของข้อมูลแบบขนาน ที่อ่านจาก ROM

ในการกำหนดจำนวนเส้นของบัสแอดเดรสที่ใช้กับ ROM เราสามารถรู้ได้ด้วยสูตร
2x = จำนวนแอดเดรสที่อ้างถึง
เช่น 2x = 4096 จะได้ x = 12 ซึ่งก็คือ จำนวนเส้นบัสแอดเดรสนั่นเอง

ขั้นตอนการอ่านข้อมูลจาก ROM
1. CPU จะส่งแอดเดรสไปให้ ROM แอดเดรสดังกล่าวจะปรากฏ เป็นแอดเดรสที่ต้องการอ่าน ใน ROM โดยข้อมูลจะถูกอ่านออกมาเพียงครั้งละ 1 ไบต์เท่านั้น
2. CPU จะต้องให้ช่วงเวลาของการส่งแอดเดรสยาวนานพอประมาณ (Wait State) เรียกว่า Access Time โดยปกติต้องประมาณ 100-300 นาโนวินาที ขึ้นกับชนิดของ ROM ซึ่ง ROM จะใช้เวลานั้นในการถอดรหัสแอดเดรส ของข้อมูลที่ต้องการจะอ่านออกมาที่เอาท์พุทของ ROM ซึ่งถ้าใช้เวลาเร็วกว่านั้น ROM จะตอบสนองไม่ทัน
3. CPU จะส่งสัญญาณไปทำการเลือก ROM เรียกว่า สัญญาณ /CS (Chip Select) เพื่อบอกว่าต้องการเลือก ROM ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเพื่อยืนยันการเลือกชิปนั่นเอง
4. ข้อมูลจะผ่านออกทางขาข้อมูลชั่วขณะจังหวะการเลือกชิป และเมื่อขาการเลือกชิปไม่แอคตีฟ ข้อมูลก็จะเข้าสู่ภาวะที่มีอิมพีแดนซ์สูง

ลักษณะดังกล่าว สามารถเขียนเป็นแผนผังเวลาออกมาได้ ดังแสดงในรูป

ข้อมูลจาก www.sanambin.com

หมึกเติมราคาถูก คอมมือสองราคาถูก แต่งงาน
สนับสนุนบีคอมง่าย ๆ เพียงอุดหนุนหมึกติมที่ www.thaiinktank.com

เช็คราคาหมึกเติม หมึกเติมราคาถูกสุด
หมึกเลเซอร์
หมึกเลเซอร์
รวมหมึกเลเซอร์
คอมมือสองราคาถูก
ถ่ายรูปแต่งงาน
ซ่อมคอมบางบัวทอง
เครื่องกรองน้ำ
หมึกเติม brother
พรมปูพื้นรถยนต์
ชุดตกแต่งรถยนต์
ร้านจำหน่ายหมึกพิมพ์
แอร์ มิตซูบิชิ
กล้องวงจรปิด
หมึกเลเซอร์ OKI
หมึกเลเซอร์ HP
หมึกเลเซอร์ Ricoh
หมึกเลเซอร์ Canon
หมึกเลเซอร์ Brother
หมึกเลเซอร์ Epson
หมึกเลเซอร์ Samsung
หมึกเลเซอร์ Kyocera
หมึกเลเซอร์ Lexmark
หมึกเลเซอร์ Xerox
หมึกเลเซอร์ Panasonic
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

ติดต่อโฆษณา
083 9954666